After shock 01: ลาก่อนเกียวโต

posted on 27 Apr 2011 20:02 by future7
 
 
 
 
ผมจับรถไฟไปสนามบินคันไซ หน้าต่างรถไฟเปิดรับอุณหภูมิยี่สิบองศาของเกียวโต(เปิดได้ด้วยเรอะ!)
ในวันที่ท้องฟ้าผีตากผ้าอ้อมมามี่โปโกะ (ไม่ใช่ว้อยย) ไม่มีแม้เมฆบดบังแม้แต่ก้อนเดียว (ถ้าอย่างอื่นล่ะไม่แน่ ฮ่า)
ผมสวมเสื้อเชิ้ตลายสก็อตร้อย(มาจากไหน)ตัวโปรด ผมสวมประหนึ่งเป็นสัญญาณแห่งการบอกลา
สัมภาระติดมือมามีเพียงเสื้อขนทานูกิตัวเดียวที่เพิ่งจะล่าได้จากข้างท้างเมื่อกี้ีนี้ (เมิงจะได้กินข้าวแดงญี่ปุ่นก็คราวนี้)
 
 
ไม่ใช่แล้วว้อยยยยย !!!! คัทๆๆ เอาใหม่ (ฮ่า)
 
 
ลัดเลี้ยว เกียวโต อาฟเตอร์ช็อก ก๊อกๆ แก๊กๆ ตอนที่ 1 เสนอในท้องเรื่อง
 
"ลาก่อนเกียวโต" เฮ้ย เริ่มก็จะลาเลยเรอะ! เอาน่า
 
 
ขอเล่าย้อนไปเมื่อเกือบหนึ่งปีที่แล้ว (จะย้อนนานไปมะ?)
 
 
 
สิ่งหนึ่งในชีวิตนี้ที่ผมไม่อยากจะเจอ แต่ก็เจอบ่อยมาก ก็ไอ้การจากลานี่ล่ะ
หน้าตามันเป็นยังไงก็ไม่รู้ เสือกสัมผัสได้ซะงั้น แรงอะ (>_
 
 
วินาทีแรกที่รู้ตัวว่าจะต้องกลับไทย เข่าแทบทรุด (เวอร์ไปไหม?)
 
ไม่จริ๊งงงงงงงงงง เข่าทรง เข่าทรุดที่ไหน ไม่มี๊ ไม่มี๊ แค่ผู้ชายคนนี้กำลังอ่อนแรง (ไอ้เวอร์!!!)
 
 
เอาล่ะ ทั้งๆ ที่มันก็มีสัญญาณบอกมาให้รู้ตัวว่า เอ็งต้องกลับไปพบความจริงเสียที
แต่ที่เกียวโตนี่ก็เรียลสุดๆ เหมือนกันเนะ
 
ก็ต้องยอมรับมันไปอย่างงงๆ ใช่ไหม
 
ตอนแรกยอมรับว่า งง มากกว่า เศร้า ก็แค่จะลาออกจากแล็ปไปเก็บของยังใช้เวลาเป็นเดือนๆ เลยอะ
ไม่ใช่ของเยอะแยะอะไรนะ แต่เก็บช้าเอง (ฮ่าาาาาาาาาาาาา)
 
 
กว่าจะคัดว่าอีนี่มันขยะไหม แล้วต้องมาแยกซากมันอีก ไม่แยกก็จะโดนจับ (บ้าเรอะ ใครจะจับเอ็ง)
เอาเป็นว่าทรัพย์สมบัติบ้าอันไหนให้ใครได้ก็ควรให้
 
แต่น่าแปลกมาก อยู่เกียวโตมา 4 ปี ทรัพย์สินทั้งหมดที่มี ไม่มีใครอยากได้  (>_
มีทีวี ตู้เย็น โต๊ะตู้ ที่เขาให้มาอีกที (เปิดร้านมือสองได้เลย ฮ่าา)
ไปถามคนทั่วเกียวโต  (ตอนไหน???) ว่าจะให้เขาฟรีๆๆๆๆ  ก็มีแต่คนส่ายหน้า
เหมือนกับว่าเทคโนโล พวกนี้ เอา ยี มาด้วยสิเอ็ง เอ่อ เทคโนโลยีพวกนี้ ไม่มีใครต้องการ
ดูเป็นกากเดนของสังคม (ว่าไปโน่น)
 
 
ขนาดไอ้รถที่มาประกาศปาวๆ ทุกวัน บอกผมให้คุณฟรี แมร่งเจือกจะเก็บตังกรูซะงั้น
โอ้ยย ไม่นะ เสียเวลาไปกับอะไรพวกนี้ไปเยอะมาก กูจะแอบเอาไปทิ้งที่ไหนดีว่า (ฮ่าาๆๆๆ แอบเลวมากๆ)
มิน่าไอ้รุ่นพี่ทรามๆ ก่อนหน้าเราแมร่งทิ้งของไว้แล้วหนีกลับไปประเทศไทยเฉยเลย
ไม่้โกรธ ไม่เกลียด ไม่อยากด่าใคร "เชรี่ยเอ้ยยยย"55555555
 
ทำตัวอย่างกะขโมยไรงี้ 
ตีสองตีสามแบกของไปทิ้งในที่ทิ้งขยะในมหาลัยงี้ (ดีที่ว่ามันใกล้บ้านอะนะ) 555555
โอ้ยย สารพัดสารเพ
 
 
กว่าจะเคลียร์ของเสร็จปาไปเกือบเดือน
 
วันสุดท้ายไปลาคุณครู พี่น้องในแล็ป ก็ไม่รู้จะทำหน้าทำตายังไงดี
จะต้องแสร้งเศร้าดีไหม เพื่ออนาคตที่ดีกว่า เผื่อเขาสงสารอยากรั้งไว้ หาทุนให้เรียนต่อ
 
แต่ความจริงมันไม่ใช่ละครอะ ไม่เห็นมีใครรั้งให้อยู่ต่อเลย (ฮ่า) รั้งหนูหน่อยยย
 
 
ก็ทำเหมือนทุกวันที่จากกัน เหมือนกับว่าพรุ่งนี้จะได้ขี่จักรยานมาที่แล็ป
มาถอนผัก ปลูกหญ้า เอ้ย ถอนหญ้า ปลูกผัก ผสมสารเคมี ผสมขี้เป็ด ขี้ไก่ในแปลง
มาทดลอง ดึกๆ ดื่นๆ เสนอหน้าเข้าไปให้คุณครูด่า ต้มอุด้งกินกับเพื่อนในแล็ปยามดึก
ตีสี่ออกไปเซเว่นหน้าตาเฉย เช้าๆ หน่อยแวะไปทำงานเลยปะทะลุงป้าเกียวโต 
เย็นๆ หน่อยออกไปแย่งช้อปซื้อของที่ซูเปอร์ปะทะแม่บ้านเกียวโต
 
ออกจากแล็ปเป็นซอมบี้ มาแล็ปเป็นซอมสุกฤษณ์ วิเศษณ์แก้ว เอ้ยยย !!!
 
 
ทั้งหมดทั้งมวลนั้น มันเป็นวันธรรมดาๆ วันสุดท้าย ที่จากกันเหมือนจะเจอกันอีก
มีเวลามากที่จะไปลาใครต่อใคร แต่ไม่อยากจะไปลาให้ครบ
เพราะรู้สึกว่ามันจะเศร้าเกินไป และคงยากที่จะทำใจ
ถ้าเราไม่ไปลาเขา เขาอาจจะระทึก เอ้ย ระลึกถึงเราบ้างน่ะ
 
อาการงงๆ ข้างต้น เจือกมาดราม่าเศร้าตอนท้ายซะงั้น อะไรมันจะอาลัยอาวรณ์ได้ถึงเพียงนี้
 
 
18.00 นาฬิกาโดยประมาณ ลาตายายเจ้าของบ้าน
ทำเหมือนกับว่าพรุ่งนี้ตื่นมาจะมาเจ๊อะกันที่หน้าห้องน้ำอีก (ฮ่า)
 
ทำเหมือนกับว่าไปโอซาก้าน่ะ เดี๋ยวกลับมา
 
 
ผมจับรถตู้ไปสนามบินคันไซ หน้าต่างรถตู้ไม่ได้เปิดรับลมด้านนอกของเกียวโต
และผมก็ไม่รู้ว่าอุณหภูมิเท่าไหร่ รู้แต่ว่าข้างนอกมืดมากจนมองไม่เห็นอะไร
นอกจากความอาลัยอาวรณ์ต่างๆ นาๆ ที่ถาโถมโจมตีเข้าใส่อย่างไม่หยุดยั้ง 
ผมสวมเสื้อกันหนาวตัวใหม่ที่เพิ่งซื้อเมื่อไม่นานมานี้เอง ป้ายราคายังไม่ได้เอาออกเลย (เอ้ยยย)
พร้อมกับสัมภาระเล็กน้อยที่ประกอบด้วย
กระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ เป้สพายหลัง เป้กล้อง (เล็กน้อย? และเมิงจะบ้าหอบฟางไปไหน)
 
 
รถตู้จอดเทียบอาคารผู้โดยสารขาออก
วินาทีนั้น ความคิดคำนึงทั้งหลายย้อนกลับมาหาผมอีกครั้ง
พร้อมกับประโยคติสท์ๆ ประโยคหนึ่ง
 
"มนุษย์เราเกิดมาคนเดียว ก็ต้องตายไปคนเดียว"
 
เอ้ยยยย กูยังไม่อยากตาย!!!
 
 
ไว้พบกันใหม่ตอนหน้านะจ๊ะ
 
 
 
 
 
ปล. ไม่เคลียร์อะไร บอก
 
1. อีนี่กลับมาเขียนเมื่อไหร่ อย่างไร สงสัยกลับไปอ่านเอนทรี่ที่แล้วด้วยนะจ๊ะ
2. อีนี่ยังจะมาเขียนเรื่องเหล่านี้เพื่ออะไร สงสัยอะไรกลับไปอ่านเอนทรี่ที่แล้ว
3. มีแฟนยัง กินข้าวยัง อะไรยังไง เอ๊ะ บอกให้ไปอ่านเอนทรี่ที่แล้วไงโว้ยยย
 
 
ฮ่าาๆๆๆ
 
 
ขอบคุณครับ
 
 
 
 

Comment

Comment:

Tweet

ขอบอกว่า ไม่ได้อ่านเรื่องขำๆ ฮาๆ บ้าบอแบบนี้มานานแล้ว ดูเผินๆ เหมือนนายเขียนอะไรเนี่ย แต่ชั้นเข้าใจ เพราะชั้นก็ประมาณบ้าบอเหมือนนายนั่นแหละ ชั้นให้คะแนนความฮา 9.5 (อีก .5 เก็บไว้ให้ตัวชั้นเอง) ว่าแต่ไปทำอะไรที่ญี่ปุ่นอ่ัะ คงต้องให้สาว Chic แบบชั้น เข้ามาติดตามต่อซะแล้ว ขอไปขำเรื่องอื่นต่อ มีอีกบ้างมั๊ย question

#14 By สาว Chic (124.122.98.230) on 2011-05-30 17:25

ความรู้สึกเดียวกัน ตอนนุ่นกลับจากเกียวโต ตุลาที่แล้วเลย
อาลัยอาวร สะท้อนใจมั่ก 55
ถ้ายังจำได้ เรายังไปกินข้าวด้วยกันกับพี่น้ำหวาน นุ่น พี่โบ อยู่เลย
เวลาผ่านไปเร็วเนาะ ไม่รู้ว่า พี่ยังจำนุ่นได้อยู่มั้ย 555
แต่ทุกวันมีค่ามาก ไม่งั้นเราคงไม่นั่งบ่นคิดถึงมัน กันขนาดนี้

ของพี่ยังดีมีความทรงจำยัดใส่ บล๊อกไว้
นุ่นกลัวลืมรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ
ไว้ว่างๆ จะมายัดใส่ กล่องบ้าง

ปล. ไว้ว่างๆ เม้าทกันนะคะ ^^

#13 By นุ่น (124.120.33.126) on 2011-05-28 14:19

ลองตามมาอ่านจากหนังสือพี่วิชัย พบว่าแซ๋บจริง! ไว้จะไปย้อนอ่านเอนทรี่เก่า เพราะเลิฟญี่ปุ่นมาก โดยเฉพาะเกียวโต น่าอิจฉาจัง ได้อยู่ตั้งสี่ปีแน่ะ confused smile

#12 By poisonzpan on 2011-05-17 22:11

เริ่มสนุกๆๆๆๆ cry cry

Hot! Hot!

#11 By fiothiel on 2011-05-15 18:58

ได้ๆๆ ทิ้งท้ายยังงี้ต้องย้อนไปอ่านซะหน่อย

#10 By Bluemood Manga and CG on 2011-04-28 17:30

ปล. 3 ไม่ได้มีอธิบายในเอนทรี่ที่แล้วนี่คะ เอิก เอิก

/me จดจ่อรอวันรอคอยจะได้กลับไทยถาวรกับเค้าบ้างเสียที T^T

#9 By momoocha on 2011-04-28 12:42

รออ่านต่ออย่างใจจดจ่อนะคะ สิ่งที่คนเราทุกคนกลัวก็คือการเปลี่ยนแปลงนี่แหละเนาะ แต่การเปลี่ยนแปลงก็ทำให้เราเติบโตนะคะ

#8 By ป้าแอ๊นจ้า on 2011-04-28 01:09

-เหมือนเป็นตอนจบของภาคก่อน แต่เป็นตอนเริ่มสู่สิ่งใหม่ๆจริงๆครับ
-ชอบประโยคติสท์ๆประโยคนั้นครับ confused smile

รออ่านตอนต่อไปนะครับ confused smile

#7 By Faith on 2011-04-27 23:34

ต้องคิดถึงกันมั่งbig smile

#6 By wesong on 2011-04-27 23:25

บรรยากาศแห่งการลาจากมันเป็นอย่างนี้นี่เอง


สงสัยผมคงต้องหยุดนิสัยเทคโอเวอร์ของจากเพื่อนแล้วหละ มันลำบากตอนหาที่ทิ้ง แต่ที่เมืองไทยคงไม่เหมือนเกียวโต(คิดในทางที่ดีไว้ก่อน)

big smile big smile

#5 By Clepsydra:: on 2011-04-27 23:24

เรามาช้าไป อดอ่านเอนทรี่เก่าเลย

แต่ไม่เป็นไร เริ่มอ่านใหม่ก็ได้ open-mounthed smile

#4 By mymindkh on 2011-04-27 22:45

โอ้วว อ่านเรือ่งนี้แล้วต้องย้อนดูตัวเองเลยทีเดียว . _ .

#3 By sage_nu on 2011-04-27 22:20

ตามมาอ่านจ้า
life is a journey ka, everyone has to move on every once in awhile ^^

#1 By ^Pim^ (akubi-chan) on 2011-04-27 21:01